ทัวร์จีนเหยียบปะการัง จับหอยเม่น-ปลานีโม่ บนเกาะหลีเป๊ะ

   ทัวร์จีนเหยียบย่ำปะการัง และจับหอยเม่น ปลานีโม่ ดอกไม้ทะเลต้องห้าม สร้างความเสียหายทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ บริเวณหน้าหาดซันไรซ์ เกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล อาสาสมัครอุทยานฯตะรุเตาได้บันทึกภาพการกระทำผิดของกลุ่มทัวร์นักท่องเที่ยวจีน ที่มีพฤติกรรมปฏิบัติตัวฝืนกฎ

  ข้อห้าม การหยิบเม่นทะเล การใช้มือแหย่ดอกไม้ทะเล การพายเรือคายัคแนวปะการังในช่วงที่มีน้ำลด การดำน้ำตื้นขณะน้ำลดจนมีการเหยียบย่ำปะการังจนแตกหัก การหยิบจับปะการัง หรือแม้กระทั่งปลาดาวกลับไปไว้ที่หัวนอนขณะมาพักผ่อนบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยครั้ง แม้จะมีการติดแผ่นป้ายเตือน และบางรายถูกจับปรับเพื่อเป็นการลงโทษ แต่กลับพบว่าทัวร์นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ กลับไม่ใส่ใจและพยายามถกเถียงจนสร้างความเสียหายให้ทรัพยากรของท้องทะเลบนเกาะหลีเป๊ะเป็นอย่างมากนายนันทพล เด็นเบ็น รองประธานกลุ่มรีฟกาเดี้ยน จ.สตูล ยอมรับว่า ทัวร์ท่องเที่ยวจีนที่แห่ลงท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะจำนวนมากในช่วง 2-3 ปีนี้ สร้างงาน และ รายได้ให้พื้นที่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้ทรัพยากรทางธรรมชาติของทะเลสตูลไม่น้อย โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไร้กฎ กติกาในการเยือนและท่องเที่ยว มักกระทำในสิ่งต้องห้าม ซึ่งเห็นว่ามาจากผลการไม่เลือกใช้มัคคุเทศก์ทางทะเล ในการแนะนำตลอดการท่องเที่ยวทางทะเล และใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการประหยัดค่าใช้จ่ายจนทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากร ซึ่งเทียบมูลค่ากับการเดินทางเข้ามาได้

   ปัญหาทัวร์นักท่องเที่ยวจีนดำแล้วจมน้ำเสียชีวิตก็มีให้เห็นบ่อย เพราะขาดความรู้การเตรียมตัวเองก่อนลงน้ำ การดำน้ำว่ายน้ำในจุดต้องห้าม รวมทั้งการปฏิบัติที่ไม่เป็นภัยต่อทรัพยากรท้องทะเล อย่างปลานีโม่ การเหยียบย่ำปะการัง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การให้อาหารปลา ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความรู้ และคำชี้แนะตลอดทริปการท่องเที่ยวที่มัคคุเทศก์จะช่วยได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด อย่างการท่องเที่ยวและกีฬาในการหากมาตรการ ควบคุมบังคับ รวมทั้ง ตำรวจการท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันดูแล ไม่ใช่ปล่อยให้นักอนุรักษ์แค่คอยตักเตือนหากพบกระทำอย่างเดียว

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

รวบ! อดีตการ์ด กปปส. ยิง “ด.ต.ณรงค์” เสียชีวิต ขณะคุมม็อบขวางเลือกตั้งปี 56

ตำรวจรวบ! อดีตการ์ด กปปส. ยิง “ด.ต.ณรงค์” เสียชีวิต ขณะทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน ม็อบขวางเลือกตั้งปี 56 สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
วันนี้ (15 ก.พ. 61) มีรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ สั่งการให้ พ.ต.อ.ชยุต มารยาตร์ รอง ผบก.น.1 ในฐานะคณะกรรมการพนักงานสอบสวนสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 50/2561 และ พ.ต.ท.สุภัทร ทองส้ม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดินแดง รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญารัชดา ออกหมายจับนายเอกชัย พลภักดี อายุ 37 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ สน.ตลาดพลู ขณะปฏิบัติหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน การชุมนุมปิดล้อมขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกลุ่ม กปปส. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2556 โดยกระสุนเข้าอกขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีเจ้าหน้าที่อื่นๆ พร้อมทั้งสื่อมวลชนบาดเจ็บจากเหตุการครั้งนี้อีกหลายราย

ซึ่งต่อมา ศาลอาญาได้ออกหมายจับ ในข้อหา ฆ่า และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการ ตามหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนใว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว พร้อมให้ ผกก.สน.ดินแดง จับตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

สำหรับสาเหตุที่พนักงานสอบสวน เพิ่งไปขอศาลออกหมายจับ นายเอกชัย นั้น เนื่องจากนายเอกชัย ถูกตำรวจ สน.มักกะสัน จับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืน จึงมีการส่งอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ใช้เครื่องมือตรวจพิเศษ (IBIT) ตรวจพิสูจน์ และพบว่าตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในคดียิง ด.ต.ณรงค์ พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นายเอกชัย ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.โดยทำหน้าที่เป็นการ์ดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องคดีในข้อหาความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวนำมาที่ สน.ดินแดงและล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

เอาจริง! เตรียมคุมเข้ม ‘กล้วยทอด’ สีแยก จับ-ปรับ คนซื้อ – ขาย

เอาจริง! เตรียมคุมเข้ม ‘กล้วยทอด’ สีแยก จับ-ปรับ ทั้งคนซื้อ คนขาย ทำภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย
วันนี้ (14 ก.พ. 61) มีรายงานว่า นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้เสนอญัตติให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดระเบียบและกำหนดมาตรการไม่ให้บุคคลนำสินค้ามาขายบนถนนสาธารณะ เนื่องจากบริเวณถนนหลานหลวง ถนนนางเลิ้ง ถนนราชดำเนิน และถนนบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญ มีบุคคลนำกล้วยทอด มันทอด ไปเร่ขายบนถนน และปัจจุบันเริ่มขยายพื้นที่เป็นวงกว้างไปยังบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แยกแม้นศรี และสะพานพระราม 8 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจร และเกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

      อีกทั้งบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญ อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดศรีรัตนศาสดาราม โบราณสถานสำคัญ ฯลฯ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงขอให้ กทม.เร่งจัดระเบียบ สำหรับ แนวทางแก้ไขคือ

  •  กทม.ต้องจัดระเบียบผู้ค้ากล้วยทอด มันทอดให้ขายในพื้นที่เหมาะสม ซึ่งเห็นควรให้สนับสนุนเพราะเป็นอาชีพของคนไทยมาแต่อดีต
  •  บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบมีการฝ่าฝืนปรับผู้ซื้อไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ขายไม่เกิน 5,000 บาท
  •  ให้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) โดยรอบบริเวณ เพื่อเก็บบันทึกภาพและดำเนินการตามกฎหมาย และ
  •  ประกาศให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมการจราจร หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง” นายไพฑูรย์ กล่าวและว่า หากดำเนินการตามข้อเสนอข้างต้นเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้
  • ด้าน พล.ท.โชติพล จันทร์อยู่ ส.ก. กล่าวว่า กทม.เคยมีการควบคุมเรื่องดังกล่าว แต่ขาดความต่อเนื่อง ไม่มีการติดตามผลและไม่มีมาตรการเข้มข้น จึงเสนอให้ตั้งโต๊ะศูนย์บัญชาการบริเวณที่เกิดปัญหา เพื่อตรวจตรากลุ่มผู้ค้าและขอให้มีการบันทึกข้อมูลของผู้เร่ขายด้วย
  • ขณะที่ นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ส.ก. กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะผู้ค้ารู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ถนนราชดำเนิน มีการแบ่งกล้วยทอดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อขอให้ขายในพื้นที่และให้ปล่อยไฟสัญญาณจราจรเอื้อต่อการเร่ขาย
  • อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะเร่งประสานของรายละเอียดปัญหาในแต่ละพื้นที่จากสำนักเทศกิจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทศกิจประสานไปยังตำรวจ สน.ท้องที่ ดำเนินการเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

7 ประโยคเด็ดปฏิเสธคนรักขอมีเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์

7 ประโยคเด็ด ปฏิเสธคนรักขอมีเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์
กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ พบ 7 ประโยคที่วัยรุ่นใช้ปฏิเสธคนรักขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย ขณะเดียวกัน ร้อยละ 64.69 ระบุว่า ปีนี้เน้นบอกรักแฟนผ่านทางโทรศัพท์ และพ่อแม่ คือคนที่อยากบอกรักมากที่สุด

จากการสำรวจความคิดเห็นของเด็ก เยาวชน และประชาชนจำนวน 2,428 คน เกี่ยวกับวันแห่งความรัก (วันวาเลนไทน์) พบว่า การความสำคัญกับวันวาเลนไทน์เหมือนทุกๆ ปีมีมากที่สุดถึง ร้อยละ 58.61 รองมาคือ ไม่เคยให้ความสำคัญ, ให้ความสำคัญมากกว่าทุกปี และให้ความสำคัญน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา ตามลำดับ

ในขณะที่บุคคลที่เด็กและเยาวชนอยากบอกรักมากที่สุด อันดับ 1 คือ พ่อแม่ผู้ปกครอง ร้อยละ 62.16 รองมา คนรัก ร้อยละ 28.95

ทั้งนี้ การสอบถามความคิดเห็นเด็กและเยาวชนในประเด็น หากคนรักขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยในวัยที่ไม่พร้อมจะมีวิธีหรือคำพูดปฎิเสธอย่างไร ซึ่งพบว่า

  •  การปฎิเสธตรงๆ ว่า ยังไม่พร้อม ยังไม่ถึงเวลา
  •  พูดคุยดีๆ อย่างมีเหตุพล
  •  บอกให้รอก่อนได้ไหม มันไม่ดี ไม่เหมาะสม
  •  ชวนทำกิจกรรมอย่างอื่น และไม่อยู่ในที่ลับตา
  •  พูดว่าควรให้เกียรติกัน เห็นแก่พ่อแม่ ไม่อยากให้ท่านเสียใจ
  •  ควรรอให้เราแต่งงานกันก่อน
  •  ถ้าห้ามไม่ได้ควรป้องกัน
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

เผาแล้ว! คุณทวดสองผัวเมีย 5 แผ่นดิน ครองคู่ยาวนาน 75 ปี ก่อนเสียชีวิตในวันเดียวกัน

  .. เผาแล้ว! คุณทวดสองผัวเมีย 5 แผ่นดิน ครองคู่กันมายาวนานถึง 75 ปี ก่อนเสียชีวิตในวันเดียวกัน
หลังจากที่มีการกล่าวขานถึงเรื่องราวความรักที่เป็นอมตะ ระหว่าง นายอิ้น คังคะมณี อายุ 100 ปี และ

นางดี คังคะมณี อายุ 97 ปี สองตายายที่ครองรักกันมายาวนานถึง 75 ปี จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตและทั้งคู่ก็เสียชีวิตลงในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดย คุณตาอิ้น เสียชีวิตในเวลาใน 11.30 น. และคุณยายดี เสียชีวิตในเวลา 22.40 น. ท่ามกลางความอาลัยของลูกหลานและชาวบ้าน

..เนื่องจากทั้งคู่เป็นคุณทวด 5 แผ่นดินล่าสุดวันนี้ (12 ก.พ. 61) ที่ วัดหนองนายขุ้ย หมู่ 6 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีพิธีฌาปณกิจศพของคุณตาคุณยายแล้ว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยมีลูกหลานและญาติพี่น้องรวมทั้งชาวบ้านมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก โดยทางญาติได้นำช้อนมาเป็นของที่ระลึกในพิธีฌาปณกิจศพ ตามความเชื่อของคนโบราณที่ว่า การนำช้อน

จากบ้านของผู้เสียชีวิตที่อายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้กินดีอยู่ดีและมีอายุยืนยาว และต้องเป็นช้อนที่ขโมยมาจากบ้านเท่านั้น ทำให้หลังการเสียชีวิตของทั้งคู่ช้อนที่บ้านมีคนไปแอบหยิบไม่เหลือแม้แต่เล่มเดียว

….ส่วนพิธีการฌาปกิจศพของทั้งสองตายาย ได้มีการสร้างเชิงตะกอนคู่แบบสมัยโบราณและเผาศพของทั้งสองคนพร้อมๆ กัน รวมทั้งมีการจุดพลุเพื่อไว้อาลัยในระหว่างพิธีเผาศพ และผู้ที่มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพต่างชื่นชมและกล่าวกันถึงชีวิตรักที่เป็นอมตะของทั้งสองคน บางคนบอกว่านี่คืออีกหนึ่งตำนานของความรักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่คู่รักน่าจะเอาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตร่วมกันจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต และยังตายในวันเดียวกันและเผาในเชิงตะกอนคู่กันซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมาก

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

ตาวัย 90 ปี เปิดแก๊สอุ่นแกงไว้ในครัวลืมปิด ทำไฟไหม้บ้านวอด

คุณตาพัทลุง วัย 90 ปี เปิดแก๊สอุ่นแกงไว้ในครัวลืมปิด ทำไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

….เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้วัดแหลมโตนด ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถน้ำจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง จำนวน 1 คัน และรถน้ำจากเทศบาลตำบลบ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม อีก 1 คัน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุงเขตพื้นที่อำเภอควนขนุนอีกจำนวนหนึ่งโดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 88/1 ม.2 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นบ้านของนายสมพร เกษริน อายุ 55 ปี ไฟกำลังลุกไหม้วอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่จึงแร่งระดมดับไฟนาน 15 นาที ไฟจึงสงบ พบว่า     สิ่งของเครื่องใช้ รวมทั้งตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง มูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่ง

…..จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้มี นายผล รัตนะวิเชียร อายุ 90 ปี อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวคนเดียว และได้เปิดแก๊ส อุ่นแกง ไว้ในครัว อาจะลืมปิด จนเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้บ้านวอดทั้งหลัง และเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุไฟไหม้ให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

ผบช.ก. ปัด “ครูปรีชา” มอบตัวคดีหวย 30 ล้าน แต่พยายามขอเข้าพบพนักงานสอบสวน

ผบช.ก. ปัด “ครูปรีชา” มอบตัวคดีหวย 30 ล้าน แต่ยอมรับ มีความพยายามขอพบพนักงานสอบสวนขอทราบทิศทางการดำเนินคดี

  พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวปฏิเสธว่า นายปรีชา ใคร่ครวญ มารับสารภาพกับพนักงานสอบสวนว่าไม่ได้ถูกล็อตเตอรี่นั้น ไม่เป็นความจริง ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานอยู่

  อย่างไรก็ตาม นายปรีชา มีความพยายามที่จะขอเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอทราบทิศทางในการดำเนินคดี ตอนนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ให้เข้าพบ และหากพบว่ามีความจำเป็นจะติดต่อ นายปรีชา ไปเอง ในเรื่องจะรับสารภาพหรือไม่รับสารภาพ อีกไม่นานก็จะรู้เอง เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะเป็นสิ่งที่ยืนยันทั้งหมด

   ทั้งนี้ มีรายงานว่าทางพนักงานสอบสวนได้เรียก นางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี มาสอบปากคำเพิ่มเติม

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

เสรีประกาศ หาก “หัวหน้าวิเชียร” ถูกดำเนินคดี จะอาสาเป็นทนายให้

“เสรี” ประกาศหาก “หัวหน้าวิเชียร” ถูกดำเนินคดี จะอาสาเป็นทนายให้ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ใครคือคนสั่งการ เหน็บตำรวจอย่าเบี่ยงประเด็น

  นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมการปฏิรูปตำรวจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว”เสรี สุวรรณภานนท์” ว่า ติดตามข่าว ของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน

     พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยมีการระบุว่า นายวิเชียร ให้การไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ 110 บาท ซึ่งเป็นค่าเข้าคนละ 20 บาทและค่านำรถเข้าพื้นที่ 30 บาทจริง จึงต้องรายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดได้ทั้งทาง     วินัยและอาญาเพิ่งจับคนร้ายได้ แต่กลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง แม้จะรับสารภาพว่าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติจริง ก็ต้องพิจารณาว่า มีผู้บังคับบัญชาหัวหน้าที่มีตำแหน่งสูงกว่า ที่สั่งการมาว่า “มีแขก วีไอพี เข้าพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่แถวนั้น ดูแลอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพีด้วย”และเมื่อมีคำสั่งแบบนี้ ก็แสดงว่าการไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียม ไม่ได้เกิดจากการอนุญาตหรือไม่อนุญาตของนายวิเชียร แต่เป็นคำสั่งที่อยู่เหนือกว่า ดังนั้น แสดงว่านายวิเชียร ไม่มีเจตนากระทำความผิด การจะกล่าวหาว่าผู้ใดกระทำความผิดก็ต้องมีองค์ประกอบความผิดว่าผู้กระทำมี “เจตนา” ทำผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และไม่ผิดทางวินัยด้วย เพราะมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าสั่งการ

  ทั้งนี้ นายเสรี ยังระบุ หากนายวิเชียร ถูกดำเนินคดี ตนเองในฐานะเป็นทนายความขออาสาเป็นทนายความให้ จะได้พิสูจน์ว่าคนสั่งการเป็นใคร ที่จะต้องรับผิดตัวจริง การสอบสวนควรสอบสวนข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ โดยสืบสวนสอบสวนให้ปรากฏว่าใครเป็นผู้สั่งการ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น อย่าทำคดีแบบแก้เกี้ยวตัดตอนลักษณะเช่นนี้ เพราะมันจะทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ ก่อนทิ้งท้ายว่า การสืบสวนสอบสวนแบบนี้ ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเรียกร้องต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

จ่อเรียกเจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่ฯ-‘เปรมชัย’ สอบปากคำเพิ่ม

ตำรวจกาญจนบุรี จ่อเรียกจนท.อุทยานฯ – ฝั่ง “เปรมชัย” สอบปากคำเพิ่มอย่างน้อย 5 คน ยัน ทำงานไร้กดดัน

พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก ที่ลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ และลักลอบยิงสัตว์ป่าคุ้มครองภายในอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ รวมถึงฝั่งของนายเปรมชัย และพวกอีกอย่างน้อย 4 – 5 คน เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่ชัดได้ เพราะจะต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งวานนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปตรวจสอบหลักฐานในจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมด้วย ขณะที่การส่งฟ้องนั้น พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ ระบุว่า จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อการทำสำนวนเสร็จสมบูรณ์ทั้งนี้ ทางตำรวจได้กำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานไว้ประมาณ 40 วัน แต่ก็อาจจะมีบวกลบจากนี้ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกดดันในการทำงานแม้ว่าคดีดังกล่าวสังคมจะค่อนข้างให้ความสนใจ เนื่องจากทุกอย่างเจ้าหน้าที่ยึดการทำงานตามหลักของกฎหมายตามปกติ จึงไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

ศรีวราห์ นำทีมค้นบ้าน ‘เปรมชัย’ กับพวก หาหลักฐานล่าสัตว์

ศรีวราห์ นำทีมค้น 4 จุด บ้าน ‘เปรมชัย’ กับพวก ผู้ต้องหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปรามปราบการกระทำผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส.ตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยาน ได้ดำเนินการขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายค้นบ้าน นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ภายใน ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพและผู้ต้องหาอีก 3 ราย คือ นายยงค์ โดดเครือ ต.คุ้มพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นางนที เรียมแสน ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาน จ.นครราชสีมา และ นายธานี ทุมมาศ ใน ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จังหวัดกาญจนาบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังทั้งหมดตกเป็นผู้ต้องหากรณีร่วมกันล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 4 จุด

ขณะที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. เตรียมนำหมายศาล เข้าตรวจค้นบ้านพัก ขอนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ภายในซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ทำการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4 คน หลังร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางซากสัตว์ป่าและอาวุธปืนได้จำนวนมาก แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดทองผาภูมิปล่อยชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดี ซึ่งศาลตีราคาประกันรายละ 150,000 บาท

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น