รมว.คมนาคมนำข้อมูลถนน มรณะ304 ไปวิเคราะห์ป้องกันอุบัติเหตุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุ

จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยว เสียหลักพลิกบริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 32 คนนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ได้เดินทางมาสำรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บข้อมูลในตัวรถบัส ความเสียหายบริเวณโดยรอบ ซึ่งพบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทางโค้งหักศอกลงเขา ใกล้กับสวนป่าหัวช้าง-วังน้ำเขียว ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยมีร่องรอยของรถบัสวิ่งครูดมากับแท่งปูนกั้นกลางถนนเป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ และข้ามแท่งปูนกั้นกลางถนน มาชนกับต้นจามจุรีขนาดใหญ่ข้างทางอย่างรุนแรง จนเปลือกต้นไม้หลุดออกเป็นแผลกว้างหลายแห่ง และรถได้กวาดเอาร้านค้าข้างทางพังเสียหายไป 5 ร้าน สภาพรถพังเสียหายทั้งหมด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ ได้นำกรวยยาง มากั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ ให้รถวิ่งได้เพียงแค่ 1 เลน จากทั้งหมด 3 เลน ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำรถกู้ภัยจำนวนกว่า 10 คัน ขนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 ศพ เดินทางออกจากโรงพยาบาลวังน้ำเขียว เพื่อไปส่งที่ภูมิลำเนา จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นเวลา 17.30 น. นายอาคม เติมพิทยาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเข้มงวด ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ ควบคุมตัวคนขับคือ นายกฤษณะ อายุ 44 ปี ขณะเดินเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าริมทาง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยนายกฤษณะมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายกฤษณะยอมรับสารภาพเป็นคนขับรถบัสคันดังกล่าวจริง และไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด โดยก่อนเกิดเหตุเป็นทางลงเขารถบัสเกิดเบรกไม่อยู่ และเบรกแตก ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และหลบหนีไปโดยไม่แสดงตัวหลังเกิดเหตุ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวทั่วไป และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น