หุ้น เปิดตลาดพุ่งกว่า 15 จุด ชี้ มีแรงเก็งกำไรระยะสั้น

หุ้น เปิดตลาดพุ่งกว่า 15 จุด นักวิเคราะห์ ชี้ มีแรงเก็งกำไรระยะสั้น ขณะภาพใหญ่ตลาดเข้าสู่ปรับฐาน
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ( 7 ก.พ.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.31 จุด แตะที่ระดับ 1,803.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย5,085.46 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 660 หลักทรัพย์ ลดลง106 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 196 หลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ประเมินตลาดอาจมีแรงเก็งกำไรการดีดกลับสั้น โดยในสามวันทำการ ดัชนี SET ปรับลดลง 2.5% จากฐานของราคาที่สูง วันนี้คาดว่าอาจมีแรงเก็งกำไรสั้นเพื่อราคาดีดกลับขึ้น ในภาพใหญ่ตลาดควรได้เข้าสู่ระยะการปรับฐานราคา ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ถึงจะประเมินได้ว่าจุดต่ำสุดในรอบการปรับฐานนี้ของ SET จะอยู่ที่เท่าไร

ทั้งนี้ เชื่อว่าแรงขายหุ้นใหญ่จะยังคงอยู่กับตลาดในระยะสั้น ขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กที่อยู่ในความสนใจของรายย่อยอาจมีแรงดีดกลับขึ้น แนะนำเลือกตัวซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางเล็ก และให้หลีกเลี่ยงหุ้นใหญ่

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

ด่วน! ผบ.ตร. สั่งโอนคดี หวย 30 ล้าน

ด่วน! ผบ.ตร. สั่งโอนคดี หวย 30 ล้าน ให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามทำสำนวนแทน
หลังจากที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการ       ตำรวจแห่งชาติ สั่งย้ายผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี มาปฏิบัติราชการที่ส่วนกลาง เพราะอาจเกิดข้อครหาในตัวผู้บังคับบัญชาในการทำคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านไม่โปร่งใส เนื่องจากผู้การฯ เข้าไปพัวพันกับคดีในการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายเข้าไปเจรจาที่บ้านพัก ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับการทำคดีของเจ้าหน้าที่จนกว่าคดีจะคลี่คลาย

ล่าสุด พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งโอนคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 มาให้ กองบังคับการตำรวจปราบปรามทำสำนวนแทน โดยให้เหตุผลว่า คดีผ่านมาหลายเดือนยังไม่แล้วเสร็จ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

มูยันมอบสัญญาใหม่เดเคอากันท่าราชัน

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศชัด “ปีศาจแดง” จะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ ดาบิด เด เคอา มือกาวจอมหนึบแน่ และจะใช้อ็อปชั่นขยายสัญญาฉบับปัจจุบันของนายด่านทีมชาติสเปนด้วย

 

มูยัน

เด เคอา มีสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงปี 2019 โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 1 ปี ซึ่งสาวก “ปีศาจแดง” ก็อยากให้เจ้าตัวอยู่กับทีมต่อไป เพราะเขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา  มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์กับ เดลี่ เทเลกราฟ สื่อของเมืองผู้ดีว่า “แน่นอนอยู่แล้วว่าเราจะไม่ปล่อยให้อ็อปชั่นนั้นหายไป ด้วยความที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งแบบนี้ และด้วยความที่เราเป็นสโมสรที่อยากดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วนั้น เราจึงจะไม่มีทางปล่อยให้อ็อปชั่นนั้นหายไปแน่”

    “อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นที่แน่นอนเหมือนกันว่าเราจะพยายามทำอย่างนั้น (ต่อสัญญา เด เคอา) ให้ได้ มิสเตอร์ (รองประธานบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด เอ็ด) วู้ดเวิร์ด ทำงานหนักมากๆ เขาแทบไม่ได้หยุดพักเลยล่ะ แน่นอนว่าเขาจะพยายามยื่นสัญญาให้เขา โดยที่มันจะทำให้เขาอยู่กับทีมนานกว่าผลของอ็อปชั่นที่เราจะใช้” กุนซือชาวโปรตุกีส

โพสท์ใน ข่าวกีฬา | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

เราเสียอะไรจาก “เงินบาทแข็งตัว”

ทันทีที่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เสียงแห่งความกังวลจากภาคธุรกิจเอกชนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า “ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้การส่งออกไทยทำได้ยากขึ้น เพราะราคาสินค้าไทยจะแพงมากกว่าคู่แข่ง โดยสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบมากกว่าอุตสาหกรรม เช่น ข้าวหอมมะลิขณะนี้ที่เงินบาทอยู่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เราส่งออกที่ตันละ 920 เหรียญฯ แต่ปีก่อนค่าเงินบาทอยู่ที่ 34 บาท เราตั้งราคาขายได้ที่ตันละ 800 เหรียญฯ วันนี้ข้าวหอมของกัมพูชาและเวียดนามถูกกว่าเรามาก ลูกค้าจึงเริ่มไปซื้อข้าวจากคู่แข่งแทน”

โดยหากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันเปิดทำการวันแรกของปี 2560 นี้ วันที่ 4 ม.ค.ซึ่งเงินบาทอยู่ที่ 35.893 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ กับล่าสุดวันที่ 24 พ.ย.ที่ 32.675บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น 3.218 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นประมาณ 8.96%!!

จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ส่งออกจะรู้สึก “ขาดทุนกำไร” เพราะเมื่อแปลงรายได้จากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินบาท เม็ดเงินจริงที่ได้หายไปมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินจำนวนนั้นเป็นรายได้สำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย

หากประมาณว่ามูลค่าการส่งออกของไทยเฉลี่ยในปี 2560 นี้อยู่ที่ 15,000-16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อเดือน หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับว่ารายได้ของเราที่ได้จากการส่งออกของไทย ที่แปลงจากรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินบาทไทยจะหายไป 15,000-16,000 ล้านบาทในเดือนนั้นๆ

ขณะเดียวกัน หากเทียบค่าเงินบาทกับเงินสกุลภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของไทยในช่วงตลอดปี 2560 นี้

เราจะพบว่า มีหลายช่วงต่อทีเดียวที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของสกุลเงินภูมิภาค และบางช่วงค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค

และที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้น คือ แนวโน้มของเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง!!

ขณะที่ภาคเอกชนให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทที่เหมาะสมสำหรับการส่งออกของไทยควรอยู่ที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ “ธิติ ตันติกุลานันท์” ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปีหน้าคาดว่าจะแข็งค่าในกรอบ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาคเอกชนต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ผันผวนมากเกินไป โดยหากยังแข็งค่าต่อเนื่อง ธุรกิจส่งออกหลายส่วนของไทยอาจจะอยู่ในสภาวะ “เจ็บหนัก”

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ ธปท.ให้เหตุผลของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นว่า “มาจากปัจจัยในต่างประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมทั้งการเคลื่อนไหวของเงินทุนตามความมั่นใจที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสถานการณ์ ขณะเดียวกัน การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในอัตราที่สูงมาก ทั้งจากการส่งออก และรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นอีกส่วนที่ทำให้ “ค่าเงินบาท” แข็งค่าเพิ่มขึ้น”

ขณะที่ภาคการส่งออกนั้น ธปท.ใช้ทฤษฎีนี้มาตลอดว่า “การขยายตัวเพิ่มขึ้นของการส่งออกมาจากภาวะเศรษฐกิจของคู่ค้ามากกว่าผลจากอัตราแลกเปลี่ยน” ดังนั้น นโยบายการดูแลเงินบาทของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็น “การปล่อยไปตามกลไกและแรงกระเพื่อมจากตลาด ขณะที่การดูแลเป็นการประคองตามอาการ” เท่านั้น

มาตรการที่ออกมาดูแล “ตลาดเงินและค่าเงินบาท” จึงไม่ได้บวกความพยายามที่จะใช้ “ค่าเงิน” กระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่พยายามที่ใช้วิธีกระตุ้นให้เอกชน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) “รู้จักบริหารความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยตัวเอง”

วันที่โครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนสู่ยุคเทคโนโลยี การเพิ่มโอกาสการแข่งขันของธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และการแข่งขันกันตัดราคา เป็นอีกการแข่งขันที่สำคัญ และมีความเข้มข้นสูงมาก เราควรปล่อยให้ “เงินบาทที่แข็งค่า” เป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งของการค้าที่ทำให้เราโค้ดราคาสู้คนอื่นได้ยาก หรือเป็นส่วนหนึ่งที่บั่นทอน “รายได้” ในรูปเงินบาทของไทยให้ไม่เพิ่มขึ้นมากอย่างที่ใครๆหวัง…หรือไม่

ในช่วงที่ผ่านมานโยบายหลายเรื่องของ ธปท.ลงมาคลุกคลีกับผู้ประกอบการและติดดินมากขึ้น แต่ “อัตราแลก เปลี่ยนค่าบาท” กลับไม่ใช่ แม้วันนี้การส่งออกจะขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ถ้าเราดูแลค่าเงินบาทได้ไม่ดีพอ “เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น” จะไม่กลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” ของธุรกิจส่งออกไทย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

กำลังใจสำคัญ! มาดามแป้ง อ้อนแฟนบอล เข้าเชียร์บอลหญิงอุ่นนิวซีแลนด์ เสาร์นี้

ทหารและอีกหลายหน่วยงาน เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น “คีโรกี” ซึ่งล่าสุดปริมาณฝนลดลง แต่เกิดดินสไลด์บนเขาตะเกียบ ทำให้ต้องปิดพื้นที่บางส่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีพายุดีเปรสชั่น คีโรกี ที่อ่อนกำลังและเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบนส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนเส้นทางหลักอย่างถนนเพชรเกษม

ซึ่งตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) หลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน ทหาร ตำรวจ ตชด. เทศบาลเมืองหัวหิน แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขนย้ายข้าวของ และเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่ ลงคลองพระราชดำริ เพื่อไหลออกสู่ทะเล

จากการสำรวจเบื้องต้น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ได้สั่งการให้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ดูและเรื่องการตัดกระแสไฟฟ้า และอำนวยความสะดวกที่อาจจะต้องเข้า-ออก พื้นที่น้ำท่วม โดยได้จัดเรือท้องแบนจำนวน 2 ลำไว้อำนวยความสะดวก

เบื้องต้นมีรายงานว่า เกิดดินสไลด์ บนวัดเขาตะเกียบ บริเวณทางเดินไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม และบริเวณให้อาหารลิง เนื่องจากฝนตกลงมาสะสมหลายวัน ดินไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ สไลด์ลงมาจนทำให้ทางเดินพังถล่มลงไประยะทางกว่า 10 เมตร

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

พ่อแอบนำศพลูกนักเรียนเตรียมทหาร ชันสูตรรอบ 2 พบอวัยวะหายอื้อ

พ่อแอบนำศพลูกนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต จากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ชันสูตรรอบ 2 พบอวัยวะหาย

(20 พ.ย.) นายพิเชษฐ นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชา พ่อแม่และพี่สาว ของ นตท.ภคพงศ์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 60 หลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้เพียง 1 วัน และทางครอบครัวได้รับเพียงใบมรณบัตรจากโรงเรียนเตรียมทหาร ที่ระบุสาเหตุว่า เกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่ง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ น้องเมย ว่าเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน

ซึ่งทางครอบครัว ตัดสินใจนำศพ น้องเมย ส่งผ่าพิสูจน์รอบ 2 ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยมิได้นำศพเผาจริงในวันฌาปนกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบางสิ่งในร่างกายที่สถาบันแรกอาจตรวจไม่พบ ซึ่งผลที่ได้รับถึงกับทำให้ครอบครัวตกใจเพราะ นอกจากจะพบรอยช้ำที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากอะไรแล้ว ยังพบว่ามีการหักของซี่โครงซี่ที่ 4 ด้านขวา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ทำ CPR หัวใจ และยังพบรอยช้ำที่มุมขวาด้านหน้า เช่นเดียวกับบริเวณแผ่นหลัง

นอกจากนี้ยังพบว่าอวัยวะสำคัญหลายส่วนหายไป ทั้ง สมอง หัวใจ กระเพาะอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ โดยที่ไม่เคยได้รับการบอกกล่าวจากผู้อำนวยการกองการแพทย์ โรงเรียนเตรียมทหารตั้งแต่เมื่อครั้ง น้องเมย เสียชีวิต แต่ครอบครัวกลับได้รับแจ้งเพียงว่า ขออนุญาตตัดชิ้นเนื้อบางส่วนเพื่อทำสไลด์หาสาเหตุการเสียชีวิตเท่านั้น

ทางครอบครัว จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้น้องหัวใจวายเฉียบพลัน ว่าเกิดจากอะไร ที่สำคัญขณะนี้สถาบันที่ 2 ที่ทำการผ่าพิสูจน์ศพ ยังไม่ได้รับอวัยวะที่ถูกนำออกไป ทั้งที่ได้ทำเรื่องขอจากทาง ผู้อำนวยการกองการแพทย์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการชันสูตรรอบ 2 จะรู้ผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ถูกนำออกไปว่าจะได้คืนเมื่อใด

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

“เจ้าสมหวัง” สุนัขลากรถบิณฑบาตหลายร้อยกิโลฯ ป่วยเดินไม่ได้

“เจ้าสมหวัง” หรือชื่อเดิม “เจ้าบุญทิ้ง” อาจเดินไม่ได้อีก หลังมีเลือดคั่งในไขกระดูกสันหลัง คาดผลพวงจากการลากรถบิณฑบาตหลายร้อยโล

จากกรณี น.ส.ณัฐธยาน์ พลหาญทองลงยา ประธานมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง เปิดเผยว่า “เจ้าสมหวัง” หรือชื่อเดิมคือ “เจ้าบุญทิ้ง” สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ วัย 10 ปี ที่แสนรู้ลากจูงขอบิณฑบาตไปกับ พระหนูที จนเป็นที่คุ้นเคยและโด่งดังมากเมื่อหลายปีก่อน แต่ขณะนี้มันกำลังย่ำแย่อย่างหนักถึงขั้นอาจเดินไม่ได้อีก เป็นผลพวงจากที่มันต้องลากล้อเลื่อนบิณฑบาตยาวไกลหลายร้อยกิโลทุกๆวัน

สุดท้ายเราจึงต้องลงไปรับตัวมันมาดูแลต่อที่ศูนย์ฯ ตอนนั้นสะโพกมันก็เริ่มมีปัญหาแล้ว แต่เราคอยประคบประหงมเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 10 พ.ย. จู่ๆ มันก็ล้มฟุบ ขาหลังเกร็งแข็ง รีบเอาตัวมันส่งไปตรวจผ่านหลายโรงพยาบาล ทั้ง รพ.สัตว์ รพ.ม.เกษตร จนตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สัตว์ศรีวรา แพทย์เช็กแล้วพบว่า มีเลือดคั่งในไขกระดูกสันหลัง มันเซื่องซึมมาก พอฉีดยาและให้น้ำเกลือก็ดีขึ้นมานิดนึง

แพทย์ไม่ให้มันกลับมารักษาที่ศูนย์แล้ว ต้องเช็กทุกๆ 2 ชม. กินยาเม็ดกว่า 20 เม็ดต่อมื้อ ถือว่าเข้าขั้นป่วยระดับ 5 หรือเรียกว่าวิกฤติแล้ว แพทย์แนะว่าต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าและฝังเข็ม อาจช่วยให้ดีขึ้นบ้าง แต่โอกาสกลับมาเดินได้อีกครั้งยังต้องลุ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายสูงมาก 10 วัน อยู่ที่กว่า 1 แสนบาท แต่ตนจะช่วยให้ถึงที่สุด อยากขอแรงผู้ใจบุญช่วยบริจาคด้วยผ่านทาง เฟซบุ๊ก มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง แล้วตนจะรายงานอาการเป็นระยะๆ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้หลายคนต่างตั้งคำถามว่าเป็นผลพวงหลังจากการลากจูงล้อเลื่อนบิณฑบาตหลายร้อยโลหรือไม่

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

พบแล้ว 2 นักท่องเที่ยวชาวสเปน หลงป่าเขาใหญ่ สภาพอิดโรย

2 นักท่องเที่ยวชาวสเปน หลงป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังเดินโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ ล่าสุด ติดตามตัวจนพบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวานนี้ (18 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น. ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับแจ้งข่าวจาก สายด่วน 1155 ตำรวจท่องเที่ยวนครราชสีมาว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 2 คน ชายและหญิง ทราบชื่อภายหลัง คือ Mr.Jorge Iribas Cerda และ Mrs. Monreal Lago ชาวสเปน เดินหลงป่าบริเวณเส้นทางน้ำตกเหวสุวัต-น้ำตกเหวประทุน แล้วขาดการติดต่อ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงได้สั่งการให้ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรจัดเจ้าหน้าที่ระดมกำลังและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ซึ่งในเวลาต่อมา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้รับการติดต่อจากมิสเตอร์จอร์จ หนึ่งในนักท่องเที่ยวที่หลงป่า เพื่อสอบถามหาพิกัดในป่า จึงได้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวได้แอบเดินป่าเองโดยไม่มีเจ้าหน้าที่นำทาง จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 17 พ.ย. แล้วเลี้ยวซ้ายจึงเห็นน้ำตก พบป่าไผ่แล้วหลงทาง เป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ช่วงเวลากลางคืนนอนพักอยู่ริมน้ำและไม่ได้กินอาหาร

ด้าน นายวิรัช ลพรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยานที่ 1 ปราจีนบุรี นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมประชุมวางแผนจัดชุดเข้าค้นหานักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จัดเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาด้วยการเดินเท้าเข้าสำรวจและติดตามร่องรอย โดยเริ่มจากเส้นทางเดินน้ำตกเหวสุวัต แบ่งออกเป็นทีมค้นหา จำนวน 4 ทีม ทีมละ 4 คน และมีรถพยาบาลกู้ภัยประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รอประจำอยู่ที่จุดน้ำตกเหวสุวัต

และเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการนอน ณ บริเวณน้ำตกเหวประทุน จนในที่สุดเจ้าหน้าที่พบรอยเท้าของนักท่องเที่ยวมุ่งหน้ามายังน้ำตกเหวสุวัตหลังจากการเดินค้นหา ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้พบนักท่องเที่ยวที่เดินหลงป่า ซึ่งอยู่ห่างน้ำตกเหวสุวัต ประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้นำนักท่องเที่ยวออกจากป่าเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยนักท่องเที่ยวปลอดภัยสามารถเดินเองได้ และให้นักท่องเที่ยวรับประทานอาหาร ก่อนเตรียมความพร้อมเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับรายละ 1000 บาท ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ ม.18 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

สาวเสิร์ฟถูกลูกค้าชาย 3 คน รุมกระทืบ หลังไม่ยอมให้ลวนลาม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเองในสภาพที่มีรอยเท้าประทับอยู่บนเสื้อบริเวณหน้าอก พร้อมรอยฟกช้ำ และบาดแผลตามร่างกาย โดยระบุว่า ตนทำงานร้านอาหาร แล้วถูกลูกค้าลวนลาม จึงปัดมือลูกค้าออก ทำให้ลูกค้าเป็นชาย 3 คน มารุมทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังเกือบถูกกลุ่มคู่กรณีใช้มีดแทง แต่มีคนมาห้ามไว้ทัน

(16 พ.ย.) พ.ต.ท.สุพจน์ จันเขียว รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.สันป่าตองเชียงใหม่ ได้เชิญตัว นางสาวสุวิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พนักงานร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะ มาสอบปากคำอย่างละเอียด หลังจากที่ นางสาวสุวิมล ได้เข้าแจ้งความเอาผิดชาย 3 คน ที่รุมทำร้าย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งนางสาวสุวิมลยังมีสภาพบอบช้ำตามร่างกาย และมีร่องรอยถูกเศษแก้วบาดหลายจุด

นางสาวสุวิมล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุ ชายทั้ง 3 คน เป็นลูกค้าเข้ามาที่ร้าน สั่งเบียร์ 3 ขวด ตนก็นำมาเสิร์ฟตามหน้าที่ ตอนที่นำมาเสิร์ฟ ชาย 1 ใน 3 คน ได้เอื้อมมือมาคว้าเอวของตน พยายามจะกอดและให้นั่งข้างๆ ตนก็พยายามตอบเลี่ยงๆ ว่า “พี่ใจเย็นๆ” ก่อนจะเอามือของลูกค้าชายออกจากตัวเอง

ปรากฏว่า ชายอีกคนที่มาด้วยกัน ชื่อนายอั๋น ไม่พอใจ หยิบแก้วมาทุบลงที่โต๊ะ และตวาดใส่ตนว่า “เพื่อนกูแตะต้องตัวไม่ได้เหรอ เป็นแค่สาวเสิร์ฟ” ตนก็ได้แต่พูดว่า “ใจเย็นๆ” ก่อนจะเดินหนีออกมาดูแลแขกโต๊ะอื่น นายอั๋นก็ยังด่าตนไม่หยุด และยังลุกขึ้นมาเอาเรื่องตน

ตนจึงเดินหนีเข้าไปในครัว คว้ามีดมาไว้เพื่อป้องกันตัว นายอั๋นตามมาเห็นตนหยิบมีด จึงปรี่เข้ามาบีบคอตน ก่อนที่อีก 2 คนที่เหลือจะเข้ามารุมทำร้าย แย่งมีดจากตนไปได้ และจะแทงตน ปรากฏว่าลูกค้าคนอื่นมาเห็น จึงได้เข้ามาห้าม แต่ทั้งสามคนก็ยังรุมเตะ รุมกระทืบตนไม่ยั้ง ลูกค้าในร้านเข้ามาห้ามอีก ชายทั้งสามคนก็หันไปทำร้ายร่างกายลูกค้าที่มาห้ามด้วย จนมีการทะเลาะวิวาทวางมวยกันในที่สุด จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ

หลังเกิดเหตุ ตนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง ก่อนจะมาแจ้งความเอาผิดคู่กรณีทั้ง 3 คน และนำเรื่องไปโพสต์ในโลกออนไลน์ ฝ่ายนายอั๋นหัวโจกมาเห็นโพสต์ของตน ก็ยังติดต่อมาบอกอีกว่า ไม่กลัว เพราะนายอั๋นเองก็แจ้งความดำเนินคดีกับตนแล้วในข้อหาพยายามฆ่า และทำร้ายร่างกาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวชายทั้ง 3 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุมาสอบปากคำประกอบด้วย นายสาคร อายุ 36 ปี (คนที่โอบเอว) นายสุทธิวงค์ หรือ นายอั๋น อายุ 40 ปี และ นายจรัสพงษ์ อายุ 28 ปี ทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาชายทั้งสามในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้อาวุธ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่น ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ” ซึ่ง นายสาคร กับ นายสุทธิวงค์ ให้การปฏิเสธ ส่วน นายจรัสพงษ์ ยอมรับสารภาพ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

มือบอนไทย ขีดเขียน 1 ใน 3 หลักหมุดโลกในทวีปเอเชีย

ที่ จ.อุทัยธานี พบว่า หมุดโลก หรือ หมุดศูนย์กำเนิดพื้นหลักฐาน เขาสะแกกรัง ถูกวัยรุ่นใช้สีขีดเขียนกันอย่างคะนองมือ ได้รับความเสียหาย

วันนี้ (วันที่17 พ.ย. 60) นายสมศักดิ์ พูลสุขเสริม ชาวจังหวัดอุทัยธานี ได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปยังหมุดโลกซึ่งอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่1 บนยอดเขาสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2457

ซึ่งปัจจุบันนี้มีเหล่าบรรดาวัยรุ่นที่เดินเข้ามาเที่ยว ได้นำสีไปเขียน ” หมุดโลก” กันอย่างคะนองมือ โดยใช้สีขาวเขียนเลอะเต็มไปหมด บางคนก็เขียนเป็นชื่อของตัวเอง บางคนก็เขียนข้อความหยาบคาย

โดยทางด้าน นายสมศักดิ์ เล่าว่า ”เดินมาเที่ยวชมหมุดโลกแห่งนี้มาตั้งแต่เด็กๆ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาที่ๆมีหมุดโลกตั้งอยู่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นทั้งจุดชมวิวที่สวยงาม และยังเป็นจุดที่สูงที่สุดบนเขาสะแกกรังแห่งนี้ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้บรรดาวัยรุ่นมามือบอนนำสีมาเขียนหมุดโลกอีก ”

ทั้งนี้ หมุดโลก หรือชื่อในภาษาทางการ ว่าหมุดศูนย์กำเนิดพื้นหลักฐาน เขาสะแกกรัง มีหน้าที่ไว้จัดทำแผนที่ดาวเทียม ที่ทุกวันนี้เรามีใช้กัน พื้นหลักฐาน Indian1975 โดยการสกัด เป็นวงกลมลงบนหิน เป็นหมุดแผนที่ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของหลักหมุดของโลกในทวีปเอเซีย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น